Saturday, August 17

Sponsored Ad

แค่ทำท่าบริหารเหล่านี้เป็นประจำ บอกลาเหนียงใต้คางไปได้เลย!

 

สาว ๆ หลายคนอาจจะไม่ได้อ้วน แต่กลับมีเหนียงหรือไขมันมาสะสมบริเวณใต้คางเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดอุปสรรคในการถ่ายรูป ถ่ายรูปออกมาไม่สวย ต้องเสียเวลามาปรับมุมกล้องกันอยู่นาน เพราะรูปหน้าดูหลอกตาไม่เหมือนตัวจริงเอาซะเลย ถ่ายยังไง้ยังไงรูปหน้าก็ดูกลมไปซะทุกรูป หรือสำหรับสาว ๆ ที่มีน้ำหนักตัวมาก จนทำให้เหนียงใต้คางปรากฏออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนนั้น และกำลังมองหาวิธีลดเหนียงใต้คางกันอยู่ วันนี้เรามีวิธีแก้ปัญหาของคุณมาฝาก

สาเหตุการเกิดเหนียงใต้คาง

เหนียงใต้คาง คือ ไขมันที่สะสมอยู่บริเวณใต้คางซึ่งมีลักษณะคล้ายคางหมู หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ไขมันใต้คาง” หรือ “คางสองชั้น” ซึ่งโดยมากแล้วมักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการที่คุณสาว ๆ ละเลยปล่อยตัวเอง ไม่ควบคุมอาหารการกิน ไม่มีเวลาออกกำลังกาย ทำให้มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น จนทำให้เกิดไขมันไปสะสมอยู่บริเวณใต้คาง ทำให้มีเหนียงใต้คางเป็นชั้น ๆ ซึ่งวิธีการลดเหนียงใต้คางที่ดีที่สุดก็คือ การออกกำลังกายพร้อมกับการควบคุมอาหารอย่างถูกวิธี

ท่าบริหารลดเหนียง

สูตร 1 (เงยและก้ม) วิธีนี้ให้เริ่มจากการตั้งศีรษะให้ตรงแล้วเงยหน้าขึ้นไปให้สุด ๆ จนรู้สึกตึงบริเวณลำคอพร้อมกับหายใจเข้า นับ 1-5 ในใจ จากนั้นค่อย ๆ ก้มหน้าลงให้ต่ำสุดจนคางชิดกับลำคอพร้อมกับผ่อนลมหายใจ และเกร็งคอไปด้วยค้างไว้ นับ 1-15 ในใจ เป็น 1 รอบ โดยให้ทำ 15-20 รอบต่อวัน ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะช่วยลดไขมันใต้คางแล้วยังช่วยลดไขมันช่วงลำคอได้อีกด้วย

สูตร 2 (ก้มและหัน) วิธีนี้ให้ก้มหน้าลงให้ต่ำที่สุดจนคางชิดกับลำคอและค้างไว้จนรู้สึกเกร็งแล้ว จากนั้นให้หันคางไปแตะส่วนของไหล่ขวาและเกร็งค้างไว้ และให้หันคางไปแตะไหล่ด้านซ้ายและเกร็งค้างไว้อีกเช่นกัน โดยให้ทำสลับกันไปอย่างนี้ประมาณ 20 ครั้ง คิดเป็น 1 รอบ และให้ทำอย่างน้อยวันละ 3 รอบ

สูตร 3 (หันหน้าและหมุนคอ) ท่านี้ให้คุณนั่งตัวตรงตามสบาย ศีรษะตั้งตรงและมองตรงไปข้างหน้า หันหน้าไปทางซ้ายอย่างช้า ๆ แล้วค่อย ๆ หันกลับมามองตรงไปข้างหน้า แล้วหันหน้าไปทางขวาอย่างช้า ๆ แล้วค่อย ๆ หันกลับมามองตรงไปข้างหน้า จากนั้นให้ก้มหน้าและค่อย ๆ หมุนคอไปข้างหลัง โดยเริ่มจากขวาไปซ้าย และค่อย ๆ หมุนวนกลับมามองตรง วิธีนี้จะช่วยให้ลำคอและคางไม่หย่อนยานได้ โดยให้ทำวันละ 15 รอบ

สูตร 4 (เงยหน้าและยื่นฟัน) ให้เริ่มจากการยืนในท่าสบาย ๆ จากนั้นให้พยายามเงยหน้าขึ้นให้สุดจนรู้สึกตึงคอ แล้วยื่นฟันล่างมาครอบฟันบน (ยกริมฝีปาก) เพื่อให้รู้สึกตึงบริเวณคอมากขึ้นกว่าเดิม แล้วเกร็งค้างไว้ 10 วินาที คิดเป็น 1 ครั้ง แล้วผ่อนคลายกลับเข้าสู่ท่าปกติ และให้ทำซ้ำอีกประมาณ 10-30 ครั้ง คิดเป็น 1 รอบ โดยให้ทำวันละ 3 รอบ ซึ่งคุณจะรู้สึกได้ถึงกล้ามเนื้อใต้คางเกิดการบิดและยืดมากขึ้น

Sponsored Ad

สูตร 5 (สูตรจากพันทิป) ท่าแรกให้แหงนหน้ามองขึ้นเพดานจนคอรู้สึกตึง แล้วยื่นฟันล่างมาครอบฟันบนเพื่อให้รู้สึกตึงมากขึ้นไปอีก นับ 1-5 ในใจ เพื่อเป็นการบริหารกระชับกล้ามเนื้อใต้คอ จากนั้นให้หันหน้าไปทางด้านซ้ายจนรู้สึกคอบริเวณด้านขวาตึง และพยายามยื่นฟันล่างมาครอบฟันบน เพื่อเป็นการบริหารกล้ามเนื้อคอบริเวณด้านขวา นับ 1-5 ในใจ ต่อมาให้หันหน้าไปทางด้านขวาจนรู้สึกคอบริเวณด้านซ้ายตึง และพยายามยื่นฟันล่างมาครอบฟันบน เพื่อเป็นการบริหารกล้ามเนื้อคอบริเวณด้านซ้าย นับ 1-5 ในใจ จากนั้นให้ยื่นหน้าออกไปข้างหน้าให้มากที่สุดจนรู้สึกตึง แล้วให้ทำปากจู๋ยื่นออกไปจูบอากาศข้างหน้าจนรู้สึกตึงมากขึ้นไปอีก (จะรู้สึกตึงบริเวณรอบ ๆ ลำคอ) และนับ 1-5 ในใจ โดยทั้งหมดนี้คิดเป็น 1 รอบ และให้ทำวันละ 15 รอบ แล้วคุณจะสังเกตเห็นได้ถึงความเปลี่ยนแปลงภายใน 1 สัปดาห์

สูตร 6 (ยุบและพอง) การหายใจเข้าออกจนกระทั่งแก้มและคางเกิดการยุบและพองตัวเหมือนคางคก เป็นอีกหนึ่งในวิธีที่ช่วยลดเหนียงใต้คางได้ เพียงแค่คุณเงยหน้าขึ้นแล้วทำการสูดลมหายใจเข้าไปภายในปาก จากนั้นกักเอาไว้ให้แก้มพองตัวขึ้น โดยกักเอาไว้สักครู่แล้วจึงปล่อยลมออกให้เกิดการยุบพอง โดยให้ทำวนซ้ำไปเรื่อย ๆ ประมาณ 30 ครั้งก็เพียงพอ

สูตร 7 (แลบลิ้น) อาจจะเป็นวิธีที่แปลก แต่ก็นับว่าเป็นวิธีที่ดีในการบริหารกล้ามเนื้อคอและคาง โดยให้เริ่มต้นจากการเปิดปากให้กว้างมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วพยายามแลบลิ้นหรือดึงลิ้นของคุณให้ออกมามากที่สุด โดยทำค้างไว้ประมาณ 10 วินาที แล้วผ่อนคลายกลับเข้าสู่ท่าปกติ จากนั้นให้ทำซ้ำอีกอย่างน้อยวันละ 10 ครั้ง

สูตร 8 (เงยหน้าและแลบลิ้น) ให้เงยหน้าขึ้น จนลำคอรู้สึกตึง จากนั้นให้แลบลิ้นเข้าออกประมาณ 10 ครั้ง คิดเป็น 1 รอบ โดยทำอย่างน้อยวันละ 4-5 รอบ เป็นอย่างน้อย

สูตร 9 (บริหารด้วยนิ้ว) ให้ใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้ง (ทั้งสองข้าง) จับจีบรูดที่ใต้คางลากขึ้นไปที่ใบหน้า หรือพนมมือโดยให้นิ้วโป้งทั้งสองอยู่ใต้คาง แล้วค่อย ๆ ใช้มือลากขึ้นไปด้านข้างทั้งสองข้าง (จากสันจมูกไปที่ข้างใบหู) โดยให้ทำท่านี้ประมาณ 6 ครั้ง

สูตร 1-9 ให้เลือกใช้สูตรใดสูตรหนึ่งแล้วหมั่นทำเป็นประจำ แล้วตามด้วยข้อ 1-6 ด้านล่างนี้ หรือจะประยุกต์ใช้เอาก็ได้ครับตามความถนัด

  1.  ยืนตัวตรง ทราบหรือไม่ว่าการยืนของคุณมีผลโดยตรงอย่างมีนัยสำคัญในการปรากฏตัวของไขมันใต้คาง การปรับท่ายืนให้ดี ด้วยการยืนตัวตรง มันจะช่วยค่อย ๆ ยกชายโครงกระดูก หรือแม้แต่ในขณะนั่งก็ควรนั่งตัวตรง เชิดหัวขึ้น พร้อมกับพยายามยกคางให้เชิดสูงขึ้นเล็กน้อย จนเกิดความรู้สึกตึง ๆ บริเวณคอ แต่อย่าพยายามให้รู้สึกตึงแน่นมากจนเกินไป เอาแต่พอดี ๆ หากคุณสามารถทำท่านี้ได้อย่างถูกต้องในขณะทำกายบริหารกล้ามเนื้อบริเวณคอ มันจะช่วยทำให้การออกกำลังกายเพื่อลดเหนียงของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย
  2. ตบคาง วิธีนี้ถ้านึกภาพไม่ออกให้คุณลองนึกถึงภาพยนตร์เก่า ๆ ที่สาว ๆ นักแสดงมักจะใช้วิธีการตบคางของตัวเองเพื่อเสริมความงามในขณะแต่งตัว ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วมันสามารถช่วยลดเหนียงใต้คางได้เป็นอย่างดี (หากคุณทำเป็นประจำ) เพียงแค่ใช้หลังมือตบขึ้นไปเบา ๆ บริเวณใต้คางประมาณ 1 นาที
  3. ลูบคอ เป็นอีกวิธีง่าย ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม โดยเริ่มจากการแหงนหน้าขึ้นก่อนจนกระทั่งรู้สึกตึงที่คอ จากนั้นให้ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างประสานกัน สัมผัสลงบนคออย่างเบาบาง แล้วลูบจากล่างขึ้นไปถึงคาง ห้ามลูบจากคางลงล่าง เพราะจะทำให้คอกลายเป็นชั้นบันไดเหมือนคนมีอายุได้ (ทาน้ำมันก่อนลูบด้วยก็ดีนะครับ ไม่งั้นเดี๋ยวจะลูบแล้วสะดุดจนเกิดเป็นริ้วรอยได้) โดยวิธีนี้คุณอาจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ลดไขมันแบบนวดทาร่วมด้วยก็ได้ ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะทำให้บริเวณที่นวดทารู้สึกร้อน นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้ครีมบำรุงทาไปบริเวณคอได้อีกด้วย เพื่อช่วยทำให้ผิวบริเวณนั้นรู้สึกชุ่มชื้นและตึงกระชับ
  4. เอียงคอ เป็นท่าลดเหนียงขั้นพื้นฐาน ทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่เอียงคอขึ้น-ลง ในขณะที่นอน เพื่อให้คางยืดตัวออกไปเล็กน้อย ซึ่งถ้าหากทำเป็นประจำ คุณก็สามารถนอนหลับไปในท่าดังกล่าวได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งก็เป็นอีกวิธีการลดเหนียงคอได้โดยไม่รู้ตัวในขณะที่กำลังนอนหลับ
  5. ยืดคอ ทำได้โดยการพยายามยกหัวของคุณจากหน้าอกให้ยืดออกไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในขณะที่กำลังยืดคอให้เม้มปากด้วยเพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณคอเกิดอาการยึดและกระชับมากยิ่งขึ้น ส่วนสายตาของคุณให้หันไปมองที่พานหรือที่สูง ๆ โดยวิธีนี้ให้ทำค้างเอาไว้ประมาณ 10 วินาที แล้วผ่อนคลายกลับเข้าสู่ท่าปกติ จากนั้นให้ทำซ้ำอีกอย่างน้อยวันละ 10 ครั้ง
  6. เปล่งเสียง EEE (อี……….) พร้อมกับฉีกยิ้ม โดยฉีกยิ้มให้กว้างเข้าไว้ จากนั้นให้เกร็งช่วงกรามไว้ด้วย โดยให้ทำครั้งละ 10 วินาที และทำอย่างน้อยวันละ 10 ครั้ง

 

ที่มา: medthai.com

Sponsored Ad