Sunday, September 15

Sponsored Ad

เทคนิคขับรถลุยน้ำท่วม ขับยังไงให้รอดมาดูกัน

 

ปัญหาน้ำท่วมเป็นปัญหาหนึ่งที่เราต้องเผชิญในฤดูฝน และหากจุดหมายที่คุณต้องไปนั้นจำเป็นต้องผ่านทางที่น้ำท่วมคงทำให้คุณรู้สึกหนักใจไม่น้อย วันนี้เราจึงนำวิธีเอาตัวรอดหากต้องขับรถในบริเวณที่น้ำท่วมมาฝากกันค่ะ

1. เรื่องระดับน้ำเป็นเรื่องที่สำคัญที่เราจะต้องรู้ก่อนที่เราจะขับรถผ่านไป เพื่อที่จะได้วิเคราะห์ระดับน้ำเพื่อให้เหมาะกับรถที่เราจะขับฝ่าไป อย่างเช่นถ้าหากเป็นรถเก๋งทั่วๆไป ระดับน้ำที่สามารถลุยไปได้ก็คือไม่เกิน 30 ซม. (หนึ่งฟุต) หรือประมาณครึ่งล้อ ต้องค่อยๆขับไปอย่างช้าๆ แลใช้เกียร์ต่ำ รถเกียร์ธรรมดาใช้เกียร์ 1-2 ถ้าหากเป็นเกียร์ออโต้ให้ใช้เกียร์ L

2. ควรลดความเร็ว หากมีรถขับสวนมา เพราะคลื่นที่มากระทบหน้ารถ อาจกระเด็นและซึมเข้าเครื่องยนต์อาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้
ควรปิดแอร์หรือไม่นั้นโดยสังเกตุจากระดับน้ำ หากได้ยินเสียงน้ำกระทบใต้ท้องรถ ควรปิดแอร์ทันที เพื่อปิดพัดลมหม้อน้ำ ไม่ให้พัดเอาน้ำเข้ามาในห้องเครื่อง เพราะอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้

3. หลีกเลี่ยงการเร่งเครื่อง เพราะจะทำให้เครื่องมีความร้อนขึ้นสูง ใบพัดระบายความร้อนจะทำงานโดยทันที ไม่ต้องห่วงว่าน้ำจะเข้าท่อไอเสียเพราะหากเข้า หากรถยังขับไปอยู่แล้วและด้วยรอบที่เดินเบาๆ ก็สามารถพ่นน้ำออกจากท่อรถได้

4. การ ขับรถลุยน้ำ ที่ลึกอาจมีผลต่อเบรค เพราะเบรคจะพองตัวเมื่อโดนน้ำ อาจจะทำให้เบรคไม่ค่อยอยู่ในช่วงแรกๆ เพราะฉะนั้นหลังจาก ลุยน้ำ มาแล้ว ควรพยายามย้ำเบรกเพื่อไล่น้ำ ในส่วนของรถเกียร์ธรรมดา ก็อาจจะทำให้คลัชลื่น ควรย้ำเพื่อไล่น้ำเช่นกัน

5. ไม่ควรดับเครื่องทันทีหากถึงที่หมาย ควรที่จะติดเครื่องไว้สักพัก เพื่อให้หม้อพักท่อไอเสีย ได้พ่นน้ำที่ค้างอยู่ข้างในให้ระเหยออกมา เพราะถ้าหากน้ำในหม้อพักระเหยออกมาไม่หมดก็อาจทำให้ผุพังได้

Sponsored Ad

6. ควรจำไว้ว่าระดับน้ำที่เรายังใช้งานได้โดยไม่เกิดความเสียหาย คือ ระดับน้ำท่วมผิวถนนและระดับที่ผิวน้ำสูงถึงท้องรถเป็นครั้งคราวเท่านั้น หากต้องเผชิญกับถนนที่มีน้ำท่วมลึกจำเป็นต้องหลีกเลี่ยง โดยกลับรถเพื่อเปลี่ยนเส้นทางหรือหาที่จอดรถซึ่งน้ำท่วมไม่ถึงไว้ก่อนแล้วหายานพาหนะอื่นไปแทนเป็นการประหยัดค่าซ่อมรถได้มากทีเดียวถึงแม้จะไม่ต้องจ่ายเงินค่าซ่อมเองก็ยังไม่คุ้มอยู่ดีเพราะเกิดความเสียหายอย่างต่อเนื่องมีมากชิ้นส่วนบางอย่างอาจชำรุดหลังจากโดนน้ำมาแล้ว 6 เดือนก็ได้

7. หากมีปัญหาความนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์และน้ำมันเฟืองท้ายหลังจากลุยน้ำลึกมาทุกครั้งและให้เจ้าหน้าที่บริการถอดเก้าอี้และตรวจด้านล่างของพรมปูพื้นว่ามีน้ำรั่วเข้าถึงหรือไม่รถที่ลุยน้ำลึกมาแล้ว หากถึงที่หมายหรือรถพ้นน้ำห้ามดึงเบรกมือทิ้งไว้เด็ดขาดเพราะเมื่อน้ำแห้งผ้าเบรกจะยึดกับจานเบรกจะทำให้เกิดสนิมจนไม่สามารถเคลื่อนรถออกไปได้

 

 

ที่มา: auto.mthai.com, auto.sanook.com

Sponsored Ad