Wednesday, November 13

Sponsored Ad

อึเจ้าเหมียวและน้องหมาบอกปัญหาสุขภาพเค้าได้นะ รีบเช็คเลย

อึคือของเหลือ หรือกากที่เป็นขบวนการสุดท้ายของการย่อยอาหาร โดยอาหารส่วนใหญ่จะถูกย่อยที่กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น ๆ แล้วจึงถูกดูดซึมเข้าร่างกายทางลำไส้เล็กทั้งหมด ส่วนกากและอาหารบางส่วนที่หลงเหลือจากการถูกย่อยและถูกดูดซึมจะถูกนำมาเก็บกักไว้ในลำไส้ใหญ่ ก่อนถูกขับออกจากร่างกายทางทวารหนัก

อึสุนัขและแมว โดยทั่วไปลักษณะไม่ต่างกันมากนักเพราะทั้งคู่จัดอยู่ในกลุ่มของสัตว์กินเนื้อ แต่สุนัขอาจะมีการกินพืชผักบ้าง เพราะฉะนั้นอึสุนัขจึงมีกากใยมากกว่าอึแมว โดยอึสุนัขจะนิ่มและชื้นกว่าแมว

ลักษณะของอึเป็นส่วนสำคัญในการช่วยวินิจฉัยโรคของระบบทางเดินอาหาร โดยอึสุขันปกติ จะมีลักษณะเป็นลำไม่แข็ง แต่ก็ไม่เละหรือเหลวเป็นน้ำ สีขึ้นกับอาหารที่กินเข้าไปแล้วเหลือเป็นกากออกมา โดยปกติมักมีสีเหลืองน้ำตาล, สีน้ำตาลปนเขียว กลิ่นเหม็นพอประมาณ ส่วนอึแมวจะแห้งและแข็งกว่าสุนัข และมีสีที่เข้มกว่า โดยปกติมักมีสีเทา หรือน้ำตาลเขียว ส่วนจำนวนครั้งของการขับถ่ายคือ วันละ 1-2 ครั้ง มักเป็นช่วงหลังอาหาร อาการเบ่งถ่ายไม่รุนแรง แต่ถ้าลักษณะอึของสุนัขและแมวเป็นไปตามด้านล่างนี้อาจสันนิษฐานได้ว่าเค้ากำลังมีปัญหาสุขภาพอยู่

อึสีดำขึ้น แสดงว่าอาจมีเลือดออกในลำไส้เล็กส่วนต้นๆ หรืออาจกินอาหารที่มีธาตุเหล็กมาก หรือกินพวกถ่านหรือผงถ่านเข้าไป

อึมีเลือดปน แสดงว่ามีการอักเสบในลำไส้ส่วนท้าย ๆ ซึ่งมักมีแผลด้วย

อึออกมาเป็นเลือดสด ๆ แสดงว่ามีการอักเสบและเป็นแผลในลำไส้ใหญ่ หรือทวารหนัก หรือถุงก้น

อึออกมาเละ ๆ หรือเหลวเป็นน้ำ อาจมีอาการอาเจียน แสดงว่ามีการอักเสบของกระเพาะอาหารและลำไส้

อึเหลว มีการลอกหลุดของเยื่อเมือกลอกหลุด มีลักษณะช้ำเลือดปนออกมา กลิ่นเหม็นเน่า เป็นการอักเสบรุนแรงของลำไส้ มักเกิดในรายติดเชื้อไวรัสพวกพาร์โวไวรัส หรือโคโรน่าไวรัส เป็นต้น

Sponsored Ad

อึเป็นมูก หรือมูกเลือด มักเกิดการอักเสบที่ลำไส้ใหญ่ หรือลำไส้ตรง หรือทวารหนัก ซึ่งอาจมีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อบิด

อึเป็นเลือดสด ๆ และมีอาการเบ่งมาก ๆ แสดงว่ามีปัญหาที่ลำไส้ตรง หรือทวารหนัก อาจเกิดจากวัตถุแปลกปลอม พวกกระดูกไก่ เศษไม้เศษลวด หรือเกิดการอักเสบของถุงก้น

อึเหลว เป็นไข ๆ สีเทา ๆ มีอาหารและเศษอาหารที่ยังไม่ย่อยปนออกมา แสดงว่าอาจมีปัญหาที่ตับอ่อน

อึแข็งถึงแข็งมาก มีอาการเบ่งถ่ายบ่อยและรุนแรงมากขึ้น แสดงว่ามีอาการท้องผูก ซึ่งอาจมีผลมาจากนิสัยขี้หงุดหงิดของหมาแมว ความเครียด ผิดสถานที่ มีการบาดเจ็บที่ลำตัว หรือขาหลัง เป็นต้น

เพราะฉะนั้น เวลาน้องหมาน้องแมวของเรากำลังอึก็อย่าทำเมินนะคะ ต้องหมั่นสังเกตุด้วย ว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ เพราะโรคบางโรคหากรู้ช้าไปก็อาจจะรักษาได้ยาก หรือรักษาไม่หาย น้องหมาน้องแมวก็ต้องทนทรมานไป ไม่รู้จะบอกคุณเจ้าของยังไง เพราะจะอึทีไรเจ้านายก็ไม่สนใจ อย่างนี้ก็เรียกว่ายังดูแลไม่ทั่วถึงนะคะ

ที่มา: นิตยสารสื่อรักสัตว์เลี้ยง

Sponsored Ad