Monday, October 14

Sponsored Ad

อาการแพ้ของลูกที่คุณเห็นอาจนำไปสู่โรคภูมิแพ้ระยะยาวได้นะ รีบเช็คด่วน!

 

เมื่อพ่อแม่บางคนได้ยินเสียงลูกน้อยไอจาม น้ำมูกไหล งอแงบ่อยๆ อาจคิดว่าลูกคงแค่เจ็บป่วยเป็นปกติ พอแข็งแรงก็คงหาย เป็นอาการติดเชื้อที่เด็กเล็กเป็นกันได้บ่อยๆ แต่ในหลายกรณีอาจตรวจพบภายหลังว่าเกิดจากโรคภูมิแพ้ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้องก็มักจะลุกลามไปสู่อาการแพ้อื่นๆ ในระยะยาว หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า allergic march

ลูกเป็นภูมิแพ้ อาจเกิดจากพันธุกรรม

ปัจจัยหลักที่ทำให้เด็กเป็นภูมิแพ้ เกิดได้ทั้งจากการกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญยังเกิดได้จากพันธุกรรมที่พ่อแม่มีภูมิแพ้ซ่อนอยู่ในตัวและส่งต่อถึงลูก ซึ่งในกรณีนี้พ่อแม่สามารถเช็คความเสี่ยงภูมิแพ้ได้ง่ายๆ จากตัวพ่อแม่เองตั้งแต่ลูกอยู่ในท้อง ว่าลูกจะมีโอกาสเป็นภูมิแพ้มากแค่ไหน จะได้หาวิธีรับมือหรือป้องกันภูมิแพ้ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

โดยจากการศึกษาพบว่า ถ้าพ่อแม่เป็นภูมิแพ้และมีอาการดียวกัน ลูกจะมีโอกาสเป็นภูมิแพ้ได้มากขึ้นถึง 60-80% แต่ถ้าคนหนึ่งคนใดเป็นภูมิแพ้ ลูกก็จะมีโอกาสเป็นภูมิแพ้สูงถึง 20-40% หรือแม้แต่พ่อและแม่ที่ไม่เป็นภูมิแพ้เลยลูกก็มีโอกาสเป็นภูมิแพ้ได้ถึง 5-15%

 

อาการแพ้ในเด็ก อาจทำลูกแพ้ไปตลอดชีวิต

อาการภูมิแพ้ระยะยาวหรือ allergic march อาจเริ่มแสดงอาการให้เห็นตั้งแต่แรกเกิด สิ่งที่ไปกระตุ้นให้เด็กเกิดโรคภูมิแพ้ได้ง่ายที่สุดก็มักเกิดจากอาหารที่เด็กกินเข้าไป โดยเฉพาะการแพ้โปรตีนนมวัว ที่พบได้บ่อยๆในเด็กทารกที่ทานนมแม่ไม่ได้ อาการต่างๆ อาจไม่ได้เกิดอาการครั้งแรกที่ได้รับนมวัว แต่ในครั้งต่อๆมาจะพบอาการชัดขึ้น หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมก็จะมีความรุนแรงและลุกลามมากขึ้นได้ เช่น มีผื่นขึ้นตามตัว ผื่นคันแดงเรื้อรัง หรือมีน้ำมูกเรื้อรัง ถ่ายเหลวเป็นมูกเลือด บางคนแพ้เฉียบพลันอาจอันตรายถึงชีวิตได้

และเมื่อเด็กโตขึ้นจนถึงวัยเรียน เด็กก็จะยิ่งมีโอกาสสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้มากขึ้นๆ ทำให้ยิ่งลุกลามไปสู่การแพ้อื่นๆ ตามมา เช่น แพ้ฝุ่นควัน เกสรดอกไม้ หอบหืด และกระทบกับการดำเนินชีวิตมากขึ้นจนถึงตอนโต

 

Sponsored Ad

วิธีป้องกันลูกน้อยเป็นภูมิแพ้ ตั้งแต่ขวบปีแรก

เพื่อลดความเสี่ยงการเป็นภูมิแพ้ที่ส่งผลกระทบต่อลูกในระยะยาว ทั้งด้านสุขภาพและผลข้างเคียงต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คุณพ่อคุณแม่จึงควรอย่างยิ่งในการให้ความสำคัญกับ “การป้องกัน” และรู้ทันภูมิแพ้เพื่อการดูแลลูกได้อย่างดีที่สุดโดย

1. ควรเช็คความเสี่ยงภูมิแพ้จากประวัติครอบครัว ตั้งแต่ลูกอยู่ในครรภ์หรือเร็วที่สุด

2. เลือกให้นมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนแรก โปรตีนในนมแม่จะไม่ไปกระตุ้นการเกิดภูมิแพ้ และองค์ประกอบอื่น เช่น พรีไบโอติก ยังช่วยสร้างภูมิต้านทาน ให้ลูกแข็งแรงขึ้นและทนต่อสารแปลกปลอมได้ดีขึ้น หากคุณแม่ไม่สามารถให้นมแม่ได้จากสาเหตุต่างๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการให้โภชนาการกับลูก ด้วยวิธีป้องกันลูกน้อยเป็นภูมิแพ้ (HA – Hypoallergenic) ที่มีการย่อยโปรตีนนมวัวให้มีขนาดเล็กลง ซึ่งจะลดโอกาสการเกิดโรคภูมิแพ้ลงได้

3. จัดบ้านหรือสภาพแวดล้อมให้มีสารก่อภูมิแพ้น้อยที่สุด เช่น ไม่สูบบุหรี่ในบ้าน ทำความสะอาดบ้านสม่ำเสมอ เพื่อลดปริมาณฝุ่นและสารก่ออาการแพ้ต่างๆ

4. หากลูกไม่สบายบ่อยๆ หรือสงสัยว่าลูกมีอาการของโรคภูมิแพ้หรือไม่ ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจให้รู้ล่วงหน้าเร็วที่สุด

 

 

ที่มา: th.theasianparent.com

Sponsored Ad