Monday, October 14

Sponsored Ad

รวม 10 ทริคเด็ด แพ็คของส่งไปรษณีย์ยังไงให้รอดปลอดภัย

 

จะทำยังไง เมื่อคุณต้องส่งของทางไปรษณีย์!? หลายคนอาจจะหวาดระแวงกันอยู่ไม่น้อย เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับพัสดุของเรา! ในเมื่อเราไม่สามารถควบคุมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ การแพ็คพัสดุให้ดี ดูเหมือนจะเป็นหนทางที่ช่วยเซฟให้พัสดุนั้นปลอดภัยได้มากที่สุดแล้ว!

หลายคนอาจจะสงสัยว่าต้องแพ็คอย่างไรกันนะ? อย่ากังวลไปค่ะ เพราะในวันนี้เราจะพาไปรู้จักกับเทคนิคแพ็คพัสดุสุดโปรที่หลายๆ บริษัทในอเมริกาฯ ใช้กัน มาบอกต่อ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าพัสดุที่ส่งทางไปรษณีย์จะถึงมือผู้รับได้อย่างปลอดภัย! อย่ารอช้า เราไปดูกันเลยดีกว่า!

1. กล่องใหม่ดีกว่ารียูส
จริงอยู่ที่การใช้กล่องพัสดุที่เคยใช้ไปแล้ว นำกลับมาใช้ใหม่จะช่วยประหยัดทรัพยากรโลก แถมยังประหยัดงบประมาณในการแพ็คพัสดุได้ดี แต่ถ้าจำเป็นต้องส่งทางไกลมากๆ ข้าวของภายในอาจเสียหายง่าย หรือหากต้องส่งของให้กับลูกค้า เราขอแนะนำให้ใช้กล่องพัสดุใหม่ดีกว่า เพราะกล่องพัสดุใหม่ๆ ที่ไร้รอยพับ รอยหัก นั้น รองรับแรงกระแทกต่างๆ ได้มากถึง 70% เลยค่ะ

2. ใช้บับเบิ้ล (แผ่นรองกระแทก)
ข้อนี้ เรียกได้ว่าเป็นสิ่งของสุดฮิตในการแพ็คพัสดุเลยก็ว่าได้ เพราะ ‘บับเบิ้ล’ หรือ ‘แผ่นรองกันกระแทก‘ นั้น ไม่ได้มีดีไว้แค่ให้คุณบีบเป๊าะแป๊ะแน่นอน แต่มันจะช่วยดูดซับแรงกระแทกเมื่อสิ่งของภายในกล่องเกิดการเขย่า กระแทกไปมา แถมที่สำคัญ แม้คุณจะใส่แผ่นรองกันกระแทกไปมากมายแค่ไหนก็ตาม แต่มันยังน้ำหนักเบา ทำให้คุณไม่ต้องกังวลว่าจะเสียเงินค่าส่งไปรษณีย์เพิ่มอีกด้วย

3. ถ้าจะรียูส ก็ต้องใช้โฟม
หากสิ่งของในกล่องพัสดุของคุณเป็นจำพวกสิ่งของขนาดใหญ่ เช่น ไมโครเวฟ หน้าจอทีวี หรืออาจจะเป็นของใหญ่ที่สามารถแตกหักได้ง่ายๆ เราขอแนะนำให้นำโฟมมารองไว้ที่มุมต่างๆ ของกล่องพัสดุ เพราะจะช่วยในการรองรับแรงกระแทก และยังช่วยให้ของภายในกล่องได้รับความกระทบกระเทือนน้อย รวมทั้งปลอดภัยได้ในระดับหนึ่ง

ซึ่งโฟมพวกนี้ นอกจากจะทนทานแล้ว คุณยังสามารถนำมารียูส หรือใช้ซ้ำได้เรื่อยๆ โดยที่ประสิทธิภาพในการรองรับการแรงกระแทกก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่นิด! ด้วยเหตุนี้เอง โฟมจึงเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะ และขาดไม่ได้สำหรับการแพ็คของอย่างมืออาชีพ

4. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์กล่องพัสดุที่เหมาะสม
เคยสงสัยกันบ้างไหม ทั้งๆ ที่เป็นกล่องไปรษณีย์แต่ยี่ห้อต่างกัน ทำไมเมื่อส่งของแล้ว แต่ละกล่องมีสภาพที่แตกต่างกันได้ถึงขนาดนี้? จริงอยู่ที่การขนส่งก็เป็นอีกปัจจัย แต่อีกปัจจัยก็คือกล่องพัสดุเหล่านี้นี่แหละ เพราะกล่องไปรษณีย์แต่ละประเภทนั้น ทำจากกระดาษที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งกระดาษแต่ละแบบก็รองรับแรงกระแทก หรือคงทนไม่เหมือนกัน เช่น กล่องกระดาษแบบลูกฟูกที่แม้จะทนทานต่อแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี แต่ก็เหมาะกับการใช้แค่ครั้งเดียว เพราะหากใช้ซ้ำในครั้งต่อๆ ไป กระดาษลูกฟูกจะไม่สามารถรองรับแรงกระแทก หรือปกป้องพัสดุในกล่องของคุณได้ ดังนั้น เลือกกันให้ดีๆนะคะ

5. จัดช่องว่างในกล่องพัสดุให้ดี
หากคุณมีสิ่งของที่ เปราะบาง แตก หรือพังง่าย ก็ควรจะจัดสรรช่องว่าง และอากาศทั้งในกล่องพัสดุ หรือในหีบห่อสิ่งของนั้นๆ ให้ดี เพราะของบางอย่าง หากเว้นช่องว่างเอาไว้ เมื่อทำการขนส่งจะเกิดการกระแทกไปมา ทำให้สิ่งขอภายในแตกหักได้ แต่กับของบางประเภท ก็ควรจะเว้นช่องว่างเพื่อรองรับแรงกระแทกไว้เช่นกัน

ตัวอย่างที่ทำให้เราเห็นภาพมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้น ‘คุกกี้’ ซึ่งหากคุณเว้นช่องว่างอากาศมากจนเกินไป คุ้กกี้ของคุณก็อาจจะแหลกได้ แต่ในขณะเดียวกัน หากคุณนำถุงคุกกี้ไปใส่รวมกับพัสดุอื่นๆ เพื่ออุดช่องว่างในกล่องพัสดุ ก็มีความเป็นได้ว่าสิ่งของอื่นๆ จะกระแทกเข้ากับถุงคุกกี้ แหม จากนี้คงไม่ต้องบอกสภาพนะว่าจะเละเทะมากแค่ไหน!

6. ขนาดของกล่อง ต้องไม่มองข้าม
การแพ็คพัสดุนั้น อีกหนึ่งสิ่งที่มองข้ามไม่ได้เลยคือขนาดกล่องพัสดุ คุณลองคิดภาพดูสิ เมื่อมีสิ่งของขนาดเล็ก ใส่เข้าไปในกล่องพัสดุขนาดใหญ่โดยไม่ใส่แผ่นรองกระแทก พอถึงเวลาที่ต้องขนย้าย ของภายในกล่องนั้นย่อมขยับไปมาแน่ๆ ในขณะเดียวกัน หากคุณเลือกกล่องที่พอเหมาะ การกระแทกไปมานั้นก็จะลดน้อยลง ยิ่งถ้าใช้แผ่นรองกระแทกช่วย สิ่งของภายในของคุณจะปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และนี่แหละ คือเหตุผลว่า ทำไมต้องเลือกขนาดของกล่อง ให้พอดีกับขนาดของพัสดุ!!

Sponsored Ad

7. อย่าลืมตรวจสอบมาตราฐานของกล่องที่ใช้
การเลือกกล่องบรรจุพัสดุนั้น จะช่วยให้คุณมั่นใจได้มากยิ่งขึ้นว่า กล่องที่ใช้จะแข็งแรง ทนทาน รองรับแรงกระแทกเบื้องต้นได้เป็นอย่างดี และไม่ควรมองข้ามเลยล่ะ อย่าเอาแต่ซื้อกล่องพัสดุถูกๆ แต่โครงสร้างไม่แข็งแรง เพราะมันอาจหมายถึงความวินาศของสิ่งของภายในกล่องนั้นได้!!

8. พึ่งพาผู้เชี่ยวชาญเสียบ้าง
หากต้องการความมั่นใจว่า สิ่งของที่คุณส่งไปจะไม่เสียหายแน่ๆ บางครั้งคุณก็ต้องยอมให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ หรือให้ทางร้านที่คุณซื้อโดยตรงเป็นผู้แพ็คพัสดุให้เสียบ้าง เพราะพวกเขารู้ดีว่าต้องแพ็คยังไง

ในต่างประเทศนั้น มีบริษัทที่รับแพ็คพัสดุโดยตรง ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าสิ่งของเหล่านั้นจะไม่ได้รับความเสียหายอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ร้านที่รับแพ็คสินค้าในไทยนั้นอาจจะมีไม่มากนัก เราอาจจะต้องพึ่งพาร้านที่เราซื้อสินค้านั้นๆ ให้แพ็คให้โดยตรง

9. แพ็คสินค้าให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม
อย่าคิดว่าสภาพอากาศ หรือสิ่งแวดล้อมนั้นไม่สำคัญ! แน่นอนว่า ต่อให้คุณแพ็คพัสดุดีแค่ไหน ถ้าเกิดอยู่ในช่วงฤดูฝน อาจมีเหตุให้พัสดุของคุณเปียกน้ำ ของข้างในคงจะเสียหายไม่น้อย ถ้ารู้แบบนี้แล้ว การหุ้มห่อสิ่งของภายในกล่องด้วยถุงพลาสติกอีกชั้น ย่อมช่วยให้พัสดุปลอดภัยขึ้นได้ในอีกระดีบนึงเลยล่ะ!

10. วางทิศทางสิ่งของในกล่องพัสดุให้ดี
สิ่งที่ต้องคำนึงถึง นอกจากน้ำหนักของสิ่งของต่างๆ ที่จะแพ็คแล้ว การวางทิศทางสิ่งของในกล่องพัสดุก็สำคัญไม่แพ้กัน อย่าวางโดยไม่คำนึงถึงทิศทางเป็นอันขาด ลองนึกตัวอย่างง่ายๆ ว่า หากคุณวางของผิดทิศทางโดยไม่มีการวางแผน ของเหล่านั้นอาจเคลื่อนที่จนแตกหัก หรือทำให้สิ่งของอื่นๆ ทิ่มทะลุพังกันก็เป็นได้นะคะ เพราะฉะนั้น อย่าประมาทกันจะดีกว่า

เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถเบาใจได้ในระดับหนึ่ง ด้วยการแพ็คพัสดุสุดโปรที่มืออาชีพเขาใช้กันแล้วค่ะ

 

 

ที่มา: daily.rabbit.co.th

Sponsored Ad