Saturday, August 24

Sponsored Ad

รวมสมุนไพรน่าปลูกไว้ในสวน ไว้เป็นยาสมุนไพรสามัญประจำบ้าน

 

ขึ้นชื่อว่า “สมุนไพร” นั้นมีประโยชน์มากมาย นอกจากจะมีสรรพคุณทางยาแล้ว ยังสามารถปลูกประดับรั้วบ้านให้บรรยากาศแบบไทยๆ อีกทั้งช่วยสร้างความสดชื่นและร่มเงาในสวน ได้อีกด้วย

กะเพรา

ไม้ล้มลุก สูงประมาณ 30-60 เซนติเมตร โคนต้นออกแข็ง กะเพราแดงจะมีลำต้นสีแดงอมเขียว กะเพราขาวมีลำต้นสีเขียวอมขาว และยอดอ่อนมีขนสีขาว ใบเดี่ยวสีเขียวรูปรีออกตรงข้ามกัน ปลายใบมนหรือแหลม โคนใบแหลม ขอบใบเป็นจักฟันเลื่อยและเป็นคลื่น แผ่นใบมีขนสีขาว มีดอกเป็นช่อที่ปลายยอด

กะเพราเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณทางยาช่วยรักษาโรคได้ มีรสฉุน ร้อน ช่วยขับลมแก้ซาง แก้ท้องขึ้น จุกเสียดแน่นท้อง ปวดท้อง ช่วยในการย่อยอาหาร และช่วยบำรุงธาตุ เป็นต้น

กะเพรามีอยู่ 2 ชนิด คือ กะเพราแดงและกะเพราขาว โดยกะเพราแดงจะมีฤทธิ์ที่แรงกว่ากะเพราขาว ในสรรพคุณทางยาจึงนิยมใช้กะเพราแดง โดยส่วนที่นำมาใช้ทำเป็นยาสมุนไพรก็ได้แก่ ส่วนของใบ ยอดกะเพรา (ทั้งสดและแห้ง) และทั้งต้น แต่ถ้านำมาใช้ประกอบอาหารจะนิยมใช้กะเพราขาวเป็นหลัก

 

กระเจี๊ยบแดง

ไม้พุ่มมีความสูงประมาณ 50-180 เซนติเมตร มีอยู่หลายสายพันธุ์ ลำต้นและกิ่งก้านมีสีม่วงแดง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ด ใบเป็นใบเดี่ยว ลักษณะคล้ายรูปฝ่ามือ 3 แฉก หรือ 5 แฉก ใบเว้าลึกหรือเรียบ หรือใบเป็นรูปรีแหลม หรือรูปเรียวแหลม ขอบใบมีจักเป็นฟันเลื่อย

มีสรรพคุณทำให้สดชื่น ขับปัสสาวะ ขับน้ำดี ลดไข้ แก้ไอ แก้นิ่ว แก้กระหายน้ำ บำรุงธาตุ ตำพอกฝี ใช้น้ำต้มสีแดงฆ่าเชื้อล้างแผล ลูบไล้ใบหน้าขจัดฝ้าและริ้วรอยต่าง ๆ ลดไขมันในเลือด บำรุงเลือด บำรุงธาตุ เป็นยาระบาย และน้ำกระเจี๊ยบมีวิตามินซีสูง ช่วยแก้อาการเลือดออกตามไรฟัน อีกทั้งช่วยรักษาอาการต่อมลูกหมากโตอีกด้วย

 

กระชาย

ต้นกระชาย จัดเป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าสั้น แตกหน่อได้ มีรากอวบ เป็นรูปทรงกระบอกหรือรูปทรงไข่ค่อนข้างยาว ผิวมีสีน้ำตาลอ่อน ส่วนเนื้อในมีสีเหลืองและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มักพบขึ้นในป่าดิบร้อนชื้น

กระชาย มีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิด คือ กระชายดำ กระชายแดง และ กระชายเหลือง ที่เป็นที่นิยมสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้ เช่น แกงป่า หรือผัดต่าง ๆ โดยส่วนที่นิยมนำมาใช้ประกอบอาหารกันมากที่สุดคือ รากสะสมอาหาร หรือ นมกระชาย ซึ่งจะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และมีคุณสมบัติในการช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์เนื้อปลาได้เป็นอย่างดี

และมีสรรพคุณทางยามากมาย เช่น รักษาอาการท้องร่วง ท้องเสีย โรคริดสีดวงทวาร ช่วยบำรุงกำลัง เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยบำรุงหัวใจ ไล่แมลง จนได้ชื่อในวงการแพทย์แผนไทยว่าเป็น “โสมไทย” เนื่องจากกระชายกับโสมมีความคล้ายคลึงกันหลายอย่าง เช่น สรรพคุณในการบำรุงกำลังและเสริมสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น

 

ตำลึง

ต้นตำลึงจัดเป็นไม้เลื้อย โคนใบมีลักษณะเหมือนรูปหัวใจ มีมือเกาะที่ยื่นออกมาจากที่ข้อ ดอกมีทั้งดอกเดี่ยวและดอกคู่ กลีบดอกมีสีขาว และดอกมีลักษณะคล้ายรูประฆัง

ประโยชน์ทางยาของตำลึงมีมากมาย ใบตำลึง ใช้แก้คัน แมลงกัดต่อย โดยเอาใบตำลึงสด 1 กำมือ ล้างให้สะอาด ตำละเอียดแล้วผสมน้ำเล็กน้อย คั้นเอาน้ำตำลึงข้นๆ มาทาบริเวณที่คัน ทาซ้ำบ่อยๆ อีกทั้งใช้ลดน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยัง ช่วยกำจัดกลิ่นตัว ด้วยการใช้ต้นตำลึง (ทั้งเถาและใบ) นำมาตำผสมกับปูนแดงแล้วทาบริเวณรักแร้ และนิยมใช้ยอดและใบกินเป็นผักสด อาจจะลวกหรือต้มจิ้มกินกับน้ำพริก และใช้ในการประกอบอาหารได้หลายอย่าง ผลอ่อนของตำลึงนำมากินกับน้ำพริก หรือจะนำมาดองกิน ส่วนผลสุกมีรสอมหวานรับประทานได้

 

ใบบัวบก 

เป็นไม้ล้มลุก อายุหลายปี เลื้อยแผ่ไปตามพื้นดิน ชอบที่ชื้นแฉะ แตกรากฝอยตามข้อ ไหลที่แผ่ไปจะงอกใบจากข้อ ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไต ขอบใบหยัก ก้านใบยาว ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ขนาดเล็ก 2-3 ดอก ดอกสีม่วงเป็นดอกช่อคล้ายร่มออกจากข้อ

เมื่อนึกถึงใบบัวบก สรรพคุณคงหนีไม่พ้นช่วยแก้อาการช้ำใน แต่ความจริงแล้ว ใบบัวบกนั้นมีสรรพคุณมากมาย อาทิเช่น รักษาโรคลมชัก โรคผิวหนัง ท้องเสีย ท้องอืด แผลในกระเพาะอาหาร มีฤทธิ์กล่อมประสาท ช่วยบำรุงสมอง เพิ่มความจำ ช่วยลดความอ่อนล้าของสมอง

Sponsored Ad

นอกจากนี้ใบบัวบกเหมาะสำหรับคนที่ขี้ร้อน มีภาวะแกร่ง หรือมีความร้อนชื้น เพราะเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เป็นยาเย็น

 

ฟ้าทะลายโจร

ต้นฟ้าทะลายโจรจัดเป็นพืชล้มลุกที่มีความสูงประมาณ 30-70 เซนติเมตร ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยม แตกกิ่งมาก ทุกส่วนของต้นมีรสขม กิ่งเป็นใบสีเหลี่ยม

ฟ้าทะลายโจรมีสรรพคุณหลายประการ เช่น แก้ไข้ทั่วๆ ไป เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ระงับอาการอักเสบ ไอ เจ็บคอ คออักเสบ ต่อมทอนซิล หลอดลมอักเสบ ขับเสมหะ รักษาโรคผิวหนัง ฝี แก้ติดเชื้อ ที่ทำให้ปวดท้อง ท้องเสีย บิด และแก้กระเพาะลำไส้อักเสบ เป็นยาขมเจริญอาหาร เป็นต้น

โดยวิธีใช้ฟ้าทะลายโจรนั้น สามารถใช้ทำเป็น ยาชง ด้วยการใช้ใบสดหรือใบแห้ง หรือทำเป็น ยาลูกกลอน ทำเป็นยาผงสำหรับใช้สูดดม โดยผงยาจะติดที่คอช่วยทำให้ยาออกฤทธิ์ที่ลำคอโดยตรง จึงช่วยลดเสมหะ แก้อาการเจ็บคอ ช่วยลดน้ำมูก และช่วยฆ่าเชื้อในจมูกได้เป็นอย่างดี และทำเป็น ยาดองเหล้า หรือทำเป็นยาทิงเจอร์ ด้วยการใช้ผงแห้งที่ได้นำมาแช่กับสุราโรง 40 ดีกรี เป็นต้น

 

อัญชัน

อัญชันเป็นไม้เลื้อยเนื้ออ่อน อายุสั้น ใช้ยอดเลื้อยพัน ลำต้นมีขนปกคลุม ดอกสีขาว ฟ้า และม่วง ดอกออกเดี่ยว ๆ รูปทรงคล้ายฝาหอยเชลล์ ปลายเว้าเป็นแอ่ง ตรงกลางมีสีเหลือง ออกดอกเกือบตลอดปี

มีสรรพคุณที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพราะมีสารที่ชื่อว่า “แอนโทไซยานิน” (Anthocyanin) ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้ดีมากขึ้น เช่น ไปเลี้ยงบริเวณรากผม ซึ่งช่วยทำให้ผมดกดำ เงางาม หรือไปเลี้ยงบริเวณดวงตาจึงช่วยบำรุงสายตาไปด้วยในตัว หรือไปเลี้ยงบริเวณปลายนิ้วมือ ซึ่งก็จะช่วยแก้อาการเหน็บชาได้ด้วย

อีกทั้งช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดเส้นเลือดอุดตันได้ และเนื่องจากดอกอัญชันนั้นมีฤทธิ์ในการละลายลิ่มเลือด สำหรับผู้มีเลือดจางห้ามรับประทานดอกอัญชันเด็ดขาด หรืออาหารเครื่องดื่มที่ย้อมสีด้วยอัญชันก็ไม่ควรรับประทานบ่อย ๆ

 

มะรุม

เป็นพืชผักพื้นบ้านของไทย มีประโยชน์มากมาย เป็นไม้ยืนต้นที่โตเร็ว ทนแล้ง ปลูกง่ายในเขตร้อน มีความสูงถึง 4 เมตรและออกดอกภายในปีแรกที่ปลูก ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ใบมีรสหวานมัน ออกดอกในฤดูหนาว ดอกสีขาว มีรสขม หวาน มันเล็กน้อย ผลเป็นฝักยาว

มะรุมในทางการแพทย์จะช่วยใช้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวาน ควบคุมภาวะความดันโลหิตสูง ช่วยเพิ่มและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายได้ ใบ ใช้ถอนพิษไข้ แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้อักเสบ แก้แผล ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ขับปัสสาวะ ป้องกันมะเร็ง ลดความดันโลหิต ดอก ใช้แก้ไข้หัวลม เป็นยาบำรุง ขับปัสสาวะ ขับน้ำตา ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ป้องกันมะเร็ง เปลือกลำต้น รสร้อน สรรพคุณขับลมในลำไส้ ทำให้ผายลมหรือเรอ คุมธาตุอ่อน ๆ แก้ลมอัมพาต ป้องกันมะเร็ง คุมกำเนิด เคี้ยวกินช่วยย่อยอาหารได้

นอกจากนี้ กากของเมล็ด สามารถนำมาใช้ในการกรอง หรือทำน้ำให้บริสุทธิ์เป็นน้ำดื่มได้ มีคุณสมบัติเป็นยาฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นอย่างยิ่ง และยังสามารถนำมาทำปุ๋ยต่อได้อีกด้วย

 

กระถิน

ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก ไม่ผลัดใบ สูงประมาณ 3 – 10 เมตร เปลือกลำต้นมีสีเทา ใบคล้ายขนนกสองชั้น เรียงสลับ ดอกสีขาว โดยออกดอกเป็นช่อ และเมล็ดเป็นมันมีสีน้ำตาลรูปไข่แบนกว้าง กระถินทนความแห้งแล้งได้ดี และเติบโตเร็ว ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด

สำหรับประโยชน์และสรรพคุณทางยาของกระถินนั้นได้มาจาก 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่ ดอก ช่วยแก้เกล็ดกระดี่ขึ้นตา และบำรุงตับ ให้รสมัน และ ราก นับได้ว่าเป็นยาอายุวัฒนะเลยทีเดียว ช่วยในการขับลม ขับระดูขาว ให้รสจืดและเฝื่อน

อีกทั้ง ใบใช้หมักเป็นปุ๋ย และเมล็ดอ่อนใช้เป็นอาหารของวัว ควาย แพะ แกะ ไก่ ฯลฯ ยอดอ่อนและฝักอ่อนใช้กินเป็นผักได้ เมล็ดนำมาทำเป็นเครื่องประดับหลายชนิด และปลูกเพื่อกันลมและบังแดดให้แก่พืชอื่นๆได้

 

ที่มา: www.baanlaesuan.com

Sponsored Ad