Wednesday, October 16

Sponsored Ad

ยาอมแก้เจ็บคอไม่ใช่ของทานเล่น! ภัยเงียบจากยาอมแก้เจ็บคอหากใช้ไม่ถูกวิธี

 

เชื่อว่าทุกคนคงไม่มีใครอยากมีอาการเจ็บคอ เพราะนอกจากจะสร้างความรำคาญกับตนเอง และความรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวแล้ว ยังทำให้เกิดอาการไอที่ทำให้หลาย ๆ คนไม่กล้าเข้าใกล้จนต้องคาดผ้าปิดปากซึ่งทำให้หายใจไม่ค่อยสะดวกอีกด้วย

เมื่อมีอาการเจ็บคอ หรือมีอาการไอ หลายคนมักเดินไปที่ร้านยา หรือร้านสะดวกซื้อใกล้บ้านเพื่อซื้อยาอมแก้เจ็บคอมาใช้ ซึ่งร้านยา หรือร้านสะดวกซื้อบางร้านมักวางไว้รวมกับสินค้าอื่นๆ เช่นลูกอม ซึ่งสามารถเลือกหยิบได้ง่าย ทำให้หลายคนซื้อทีละหลายแผงเพื่อจะเก็บไว้ให้คนในบ้าน หรือบางคนไม่ได้มีอาการเจ็บคอแต่จะซื้อไป อมเล่น เพราะรสชาติอร่อย เย็น ชุ่มคอดี แต่ก่อนที่คุณจะหยิบซื้อยาอมมา คุณเคยอ่านฉลากยาบนซองยาอมเหล่านั้นบ้างมั้ยคะ?  ในความเป็นจริงแล้ว ยาอมเหล่านี้สามารถใช้ได้เรื่อยๆตามความต้องการของเรารึเปล่า วันนี้เรามีรายละเอียดมาให้อ่านกันค่ะ

ก่อนอื่นเราต้องมาดูก่อนนะคะว่ายาอมแก้เจ็บคอ แก้ไอ เป็นยาประเภทใด และต้องคำนึงถึงอะไรบ้างเมื่อใช้ยาเหล่านี้ ซึ่งในบทความนี้เราไม่รวมถึงยาอมสมุนไพรนะคะ

ยาอมแก้เจ็บคอ ส่วนใหญ่จะมียาผสมกันอยู่หลายชนิด ซึ่งแบ่งออกได้ดังนี้

  1. ยาบรรเทาความรู้สึกเจ็บในลำคอ เช่น ยาชาเฉพาะที่ หรือยาแก้ปวด ลดการอักเสบ
  2. สารฆ่าเชื้อ ทำให้ปราศจากเชื้อซึ่งเป็นสารเคมีที่ใช้ทำลายเชื้อจุลินทรีย์แบบ ไม่เฉพาะเจาะจงต่อเชื้อชนิดใดชนิดหนึ่ง เพื่อรักษาความสะอาดในช่องปากและลำคอ
  3. ยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อ ซึ่งใช้ทำลายเชื้อจุลินทรีย์แบบเฉพาะเจาะจงต่อเชื้อใดเชื้อหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น โดยการผสมยาปฏิชีวนะในยาอมมีข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของยาน้อยมาก อีกทั้งอาการเจ็บคอสามารถเกิดได้จาก ทั้งการติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ โดยกรณีติดเชื้อส่วนใหญ่ร้อยละ 70-90 มักเป็นเชื้อไวรัส ซึ่งสามารถหายได้เอง ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ แต่หากสาเหตุของการเจ็บคอมาจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น ต่อมทอนซิลอักเสบ จากเชื้อสเตร็ปโตค็อกคัส กรุ๊ปเอ ซึ่งมักมีไข้สูงร่วมกับอาการเจ็บคอมาก เป็นต้น ยาหลักในการรักษา ที่มีงานวิจัยสนับสนุนชัดเจน ได้แก่ ยาปฏิชีวนะแบบรับประทานบางชนิด เท่านั้น
  4. ส่วนผสมอื่นๆ เช่น วิตามินซี เป็นต้น
    สำหรับปัญหาที่พบขณะนี้ของคนไทยคือนิยมซื้อยาอมแก้เจ็บคอมาใช้บรรเทาอาการอย่างที่ได้กล่าว ไว้แล้วข้างต้นซึ่งน่าเป็นห่วงมาก เพราะยาอมแก้เจ็บคอบางยี่ห้อที่วางขายตามท้องตลาด มียาเฟอร์บิโพรเฟน (flurbiprofen) ซึ่งเป็นยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ถ้าหากใช้ขนาดสูงเกินไป อาจทำให้เกิดแผลและ มีเลือดออกในทางเดินอาหารได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเป็นแผลในกระเพาะอาหารอยู่แล้ว นอกจากนี้แล้ว ยังพบรายงานการเกิดภาวะเมทฮีโมโกลบินในเลือด จากการใช้ยาอมที่มีส่วนประกอบของยาชาเฉพาะที่ คือ เบนโซเคน (benzocaine) ซึ่งส่งผลให้เม็ดเลือดแดงขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ได้น้อยลง เป็นต้น

การที่คนใช้ยาอมแก้เจ็บคอแล้วมีอาการดีขึ้นนั้น เป็นเพราะมี ตัวยาอะมัยโลเคน หรือยาชา เป็นส่วนผสม ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บคอในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้หายขาดจริงๆ นอกจากนี้สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือหลายยี่ห้อของยาอมแก้เจ็บคอมีผสมของนีโอมัยซิน และเบซิทราซิน ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะที่ใช้เป็นส่วนผสม โดยนีโอมัยซินเป็นยาปฏิชีวนะที่แพทย์ใช้เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ในลำไส้ระหว่างการผ่าตัดลำไส้ของผู้ป่วย เพื่อป้องกันการติดเชื้อในกระแสเลือด ส่วนเบซิทราซิน แม้จะไม่มีอันตรายกับร่างกายมากแต่ก็ถือเป็นยาปฏิชีวนะ โดยยาทั้ง 2 ประเภทนี้ไม่มีประโยชน์ต่อการรักษาโรค ในทางกลับกันอาจจะก่อให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะ ซึ่งขณะนี้กำลังเป็นปัญหาใหญ่ไปทั่วโลกที่ยังไม่สามารถหาทางแก้ไขได้

Sponsored Ad

สาเหตุที่ยาอมเหล่านี้ก่อให้เกิดภาวะเชื้อดื้อยาเป็นเพราะมีนีโอมัยซิน และเบซิทราซิน ผสมอยู่ในปริมาณน้อยจึงไม่สามารถฆ่าเชื้อให้หมดไปได้ แต่ก็เพียงพอที่จะก่อกวนเชื้อโรคให้เกิดการต่อต้าน และกลายพันธุ์เป็นเชื้อโรคดื้อยาทั้ง 2 ตัว และจะยิ่งก่อปัญหาร้ายแรงขึ้นไปอีก เพราะเชื้อโรคเหล่านี้จะยิ่งพัฒนาตัวเองให้ดื้อต่อยาปฏิชีวนะในกลุ่มเดียวกันอีกหลาย ๆ ตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่วงการแพทย์กำลังวิตกกังวลอยู่เพราะจะส่งผลให้ตัวยาที่อดีตเคยใช้ได้ผลแต่ในปัจจุบันกลับใช้ไม่ได้ผลและนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น

เมื่อได้อ่านบทความข้างต้นแล้ว ต่อไปหากคุณเจ็บคอก็ควรจะพิจารณาการใช้ ยาอมแก้เจ็บคอให้ดีก่อนทุกครั้งนะคะ ทางที่ดีควรลองใช้วิธีบรรเทาอาการเจ็บคอหรืออาการไอที่สามารถทำได้เองได้ที่บ้านก่อนไปซื้อยาอมมาใช้ เช่น

  • สร้างเสริมภูมิต้านทานของร่างกายด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนดึก
  • งดสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่ยิ่งทำให้ไอมากขึ้น
  • เลี่ยงอาหารรสจัด
  • ดื่มน้ำอุ่นเยอะๆ หากไม่มีโรคประจำตัวที่จำเป็นต้องจำกัดน้ำ กลั้วคอด้วยน้ำเกลืออุ่นๆ ซึ่งทำได้บ่อยๆ โดยสามารถเตรียมได้เอง โดยนำเกลือ 1 ช้อนชา ละลายในน้ำอุ่น 1 แก้วหรือประมาณ 250 มิลลิลิตร หรืออาจหาซื้อน้ำเกลือ ที่เตรียมสำเร็จได้ตามร้านยา
  • ดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง
  • ใช้สมุนไพรฟ้าทลายโจร ซึ่งจัดเป็นยาในกลุ่มบรรเทาอาการกลุ่มทางเดินหายใจซึ่งมีการรับรองสรรพคุณอยู่แล้ว

บางอาจบอกว่าเคยใช้ยาอมแก้เจ็บคอมาตั้งนานไม่เห็นเป็นอะไรเลย แต่อย่าลืมว่าร่างกายของคนเรา มีการเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา อาจมีโรคหรือปัจจัยบางอย่างเกิดขึ้นมาภายหลัง โดยที่เราคิดไม่ถึงว่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายจากยาได้เช่นกัน ดังนั้นจึงควรอ่านฉลากยาให้ละเอียด และสอบถามเภสัชกรทุกครั้งก่อน ใช้ยาเหล่านี้ วิธีที่ดีที่สุดคือการรักษาสุขภาพไม่ให้เจ็บป่วย โดยแค่เพียงรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เสพยาเสพติดทุกชนิด และมีจิตใจที่ผ่อนคลายไม่เครียด แค่เพียงเท่านี้ เชื้อโรคทั้งหลายก็ยากที่จะทำให้เราเจ็บป่วยได้ค่ะ

 

ที่มา: สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา

Sponsored Ad